เครื่องรางของขลัง
  
1.ของเสน่ห์ คลิกที่นี่
  2.
ของให้โชค คลิกที่นี่
  3.
วัตถุมงคลใหม่คลิกที่นี่
  4.
วัตถุมงคลแรงคลิกที่นี่

  ข่าว กูสยามNews ข่าวสด ข่าวด่วน ข่าววันนี้

ดูดวง/ เกมส์/ หวย/ งานราชการ/ ข่าว/ โปรแกรม/ คลิปวีดีโอ/ สารบัญเว็บ/ ซื้อ-ขายฟรี/ ฝากรูป/ วัตถุมงคล/ ของขลัง/ พระเครื่อง/


 

แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+
แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+


@line55

กดแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ
LINE it!

แจก พระธาตุพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาพระพุทธเจ้า

พระธาตุพระสารีบุตร


              พระธาตุพระสารีบุตร  สัณฐานเป็นปริมณฑลบ้าง  รีเป็นไข่จิ้งจก พรรณขาวสีสังข์  สีพิกุลแห้ง สีหวายตะค้า  พุทธคุณของพระธาตุพระสารีบุตร อำนาจของพระธาตุพระสารีบุตร เขาสามร้อยยอดนั้นมีมากมาย แต่หากจะทำการสรุปอานุภาพพระธาตุสารีบุตรเขาสามร้อยยอดแล้วสามารถสรุปได้ ๙ ข้อด้วยกัน คือ



1.ดีทางร่มเย็นเป็นสุข 
2.ช่วยในการเจริญสมาธิภาวนา เรียกว่าเจริญในธรรม
3.เป็นเมตตามหานิยม ทำให้ผู้ที่พบเห็นเราเกิดความรักใคร่อยากช่วยเหลือแต่ไม่เด่นทางด้านเสน่หา 
4.ดีทางคุ้มครอง เป็นแคล้วคลาด 
5.ดีทางโชคลาภ หินพระธาตุเขาสามาร้อยยอด นำมาพกติดตัวเสมอๆมักได้โชคได้ลาภไม่ขาด
6.ดีทางสมบูรณ์ด้วยสุขภาพพลานามัย ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บมีอายุยืนนาน
7.ดีทางเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานประสบความสำเร็จในชีวิต 
8.หินพระธาตุเขาสามร้อยยอด เป็นหินแห่งญาณทัศนะ ข้อดีในความหมายนี้คือ ผู้ที่พกพาหินพระธาตุเป็นประจำ จะบังเกิดญาณหยั่งรู้ที่พิเศษกว่าปุถุชน สามารถรู้เหตุดีร้อยล่วงหน้า เนื่องจากกระแสญาณบารมีจากเทพเซียนที่รักษาหินนั้นจะคอยสอดญาณหยั่งรู้หรือบันดาลเทพสังหรณ์ให้แก่ผู้นั้น นับเป็นคุณวิเศษอันลี้ลับของหินพระธาตุเขาสามร้อยยอด
9.ค้ำคูณดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ คนที่รู้ว่าดวงชะตาตนเองไม่ดีหรือชงกับปีนั้นๆ

พระธาตุพระสารีบุตร ที่ออกวรรณะสีขาว

เป็นหินพระธาตุที่มีบารมีธรรมสูงส่งมาก ให้พลังด้านบวกสูง ให้จิตสงบ ร่มเย็นเป็นสุข เย็นใจ มีความเจริญในธรรม มีความก้าวหน้าในสมาธิภาวนา มีพลังแห่งความเมตตาสูง ความพิเศษอยู่ที่พลังบารมีธรรมในตัวหิน ทำให้ผู้ที่มีหินสีขาวไว้บูชา เกิดความเย็นใจ ใจเป็นสมาธิได้เร็ว เจริญเมตตาพรหม-วิหารได้ดี เหมาะแก่ผู้ที่ปฏิบัติธรรมมากที่สุด



พระธาตุพระสารีบุตร ที่ลงตามหนังสือต่างๆ ดังตัวอย่างด้านล่างนี้









ประวัติ พระสารีบุตร เอตทัคคอัครมหาสาวกผู้เลิศทางปัญญา

พระสารีบุตรถือกำเนิดในครรภ์ของนางสารีพราหมณีในบ้านอุปติสสคาม ณ หมู่บ้านนาลกะ (นาลันทะ) ไม่ไกลกรุงราชคฤห์ เดิมชื่อ อุปติสสะ บิดาคือ วังคันตพราหมณ์ มารดาคือ สารีพรามหณี มีน้องชาย ๓ คนชื่อ 
อุปเสนะ (เอตทัคคมหาสาวกผู้นำความเลื่อมใสมาโดยรอบ),
จุนทะ (พระมหาสาวกจุนทะ แต่พระส่วนใหญ่ชอบเรียกท่านว่า สามเณรจุนทะ จนติดปาก), 
เรวตะ (เอตทัคคมหาสาวกเลิศทางผู้อยู่ป่าเป็นวัตร), 
มีน้องสาว ๓ คน นามว่า จาลา, อุปจาลา และสีสุปจาลา ซึ่งต่อมาได้บวชเป็นภิกษุณีและสามารถบรรลุธรรมขั้นสูง เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด แม้สหายของท่านคือ พระโมคคัลลานะ ก็ถือกำเนิดในครรภ์ของโมคคัลลีพราหมณีในวันเดียวกัน บ้านโกลิตคาม อันไม่ไกลกรุงราชคฤห์

วัยหนุ่มตอนเป็นคฤหัสถ์

ในกรุงราชคฤห์มีงานมหรสพประจำปีบนยอดเขา ซึ่งมาณพทั้งสองก็นั่งรวมกันดูมหรสพเป็นประจำ จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง ท่านทั้งสองเริ่มมีความเบื่อหน่ายในงานมหรสพ ด้วยต่างคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ควรดูในมหรสพเหล่านี้ เพราะคนทั้งหมด ต่างก็จะล้มหายตายจากกันไป เราควรแสวงธรรมซึ่งเป็นเครื่องหลุดพ้น ดังนี้ ขณะนั้นโกลิตะเห็นเพื่ออุปติสสะใจลอยจึงกล่าวถาม อุปติสสะจึงบอกความในใจ ที่เบื่อหน่ายต่อมหรสพและความต้องการแสวงหาธรรมอันเป็นเครื่องหลุดพ้นแล้วจึงถามกลับบ้าน ซึ่งโกลิตะก็ตอบโดยมีเนื้อความเช่นเดียวกัน เมื่อต่างคนต่างทราบความในใจแล้ว จึงชวนกันไปบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก พร้อมกับมาณพอีก ๕๐๐ คน เมื่อบวชแล้วท่านทั้งสองได้เรียนจบลัทธิของสัญชัยปริพาชกทั้งหมด โดยใช้เวลาเพียง ๒-๓ วันเท่านั้น เมื่อหมดความรู้ที่จะศึกษาแล้ว และยังไม่เห็นถึงธรรม ท่านจึงอำลาและแสวงหาอาจารย์ท่านอื่นๆต่อไป ซึ่งท่านทั้งสองได้ตกลงกันว่า หากใครบรรลุอมตะก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่กัน

สมัยนั้น พระอัสสชิเถระหนึ่งในภิกษุปัญจวัคคีย์ ได้ถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์แต่เช้าตรู่ อุปติสสปริพาชกทำภัตกิจแต่เช้ามืดแล้วเดินไปอารามปริพาชก ได้เห็นพระเถระจึงตั้งใจเข้าไปสอบถามคำถามต่างๆ แต่เนื่องจากพระเถระกำลังบิณฑบาตอยู่ จึงติดตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปอุปัฏฐากพระเถระ เมื่อเสร็จจากภัตกิจแล้วจึงได้สนทนาธรรมกัน โดยการสนทนาธรรมในครั้งนี้ทำให้ท่านได้บรรลุธรรมขั้นโสดาบัน เมื่อสอบถามถึงสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านจึงกลับไปตามโกลิตปริพาชก เมื่อท่านได้กล่าวคาถาที่พระเถระได้มอบให้ไว้ โกลิตปริพาชกก็บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันเช่นเดียวกัน ท่านทั้งสองจึงนับถือพระอัสสชิเป็นอาจารย์ และไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเวฬุวัน แต่ก่อนไป ท่านทั้งสองได้ไปชักชวนอาจารย์เก่า คือสัญชัยปริพาชก แต่อาจารย์ท่านปฏิเสธ แต่มีอันเตวาสิก ๒๕๐ คนได้ติดตามไปด้วย

เมื่อพระศาสดากำลังทรงแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางบริษัท ๔ เห็นชนเหล่านั้นแต่ไกล จึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ๒ คนนั้น คือโกลิตะและอุปติสสะกำลังเดินมา ทั้งสองนี้แหละจักเป็นคู่สาวกที่เลิศที่เจริญ ครั้นแล้วทรงขยายพระธรรมเทศนา เนื่องด้วยจริยาแห่งบริษัทของ ๒ สหายนั้น ในครั้งนั้นบรรดาผู้ติดตามทั้งหมดต่างได้บรรลุอรหัตผล ยกเว้นพระอัครสาวกทั้งสอง เมื่อนั้นพระศาสดาจึงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้

การบรรลุธรรม

หลังจากพระสารีบุตรเถระบวชได้ครึ่งเดือน ก็เข้าไปอาศัยอยู่ในถ้ำสุกรขาตากับพระศาสดา กรุงราชคฤห์ ขณะที่พระสารีบุตรถวายงานพัดอยู่นั้น เมื่อพระศาสดาทรงแสดงเวทนาปริคหสูตรแก่ทีฆนขปริพาชก ผู้เป็นหลานของพระสารีบุตร ท่านได้ส่งญาณไปตามกระแสพระสูตร ก็ได้บรรลุถึงที่สุดสาวกบารมีญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๓ เวลาบ่ายในเวลาต่อมา พระศาสดาจึงทรงสถาปนาพระมหาสาวก้ทั้งสองไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะว่า สารีบุตรเป็นยอดของภิกษุสาวกของเราผู้มีปัญญามาก มหาโมคคัลลานะเป็นยอดของภิกษุสาวกของเราผู้มีฤทธิ์มาก แม้ว่าพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจะเกิดพร้อมกัน แต่ด้วยพระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระโสดาบันก่อน พระผู้มีพระภาคจึงถือให้พระสารีบุตรเป็นผู้พี่ของพระโมคคัลลานะ.

นิพพาน

เมื่อพระสารีบุตรอาพาธ ท่านจึงทูลลาพระพุทธเจ้ากลับไปนิพพานยังบ้านเกิด ก่อนนิพพานท่านได้ทำให้โยมมารดาเปลี่ยนใจ หันมายอมรับนับถือพระพุทธศาสนา โดยแสดงธรรมแก่มารดาจนบรรลุธรรมขั้นโสดาบัน หลังจากท่านนิพพานแล้วพระจุนทะจึงนำพระธาตุของพระสารีบุตรไปถวายพระพุทธเจ้าพระสารีบุตรปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้าประมาณ ๖ เดือน คือ วันเพ็ญ เดือน ๑๒(ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) เวลาใกล้รุ่ง ที่บ้านตนเอง. 


แจกเฉพาะผู้ร่วมทำบุญกฐิน



ให้เฉพาะผู้ที่ร่วมทำบุญกฐินร่วมกับร้านวรันณ์ธร เท่านั้น ซึ่งปกติทุกปี ทางร้านวรันณ์ธร จะเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐินตามวัดต่างๆเพื่อนำไปร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ ศาลา ซ่อมแซมวัดต่างๆที่ยังขาดปัจจัยต่างๆ 

ปี 2558 ร้านวรันณ์ธร เป็นเจ้าภาพงานทอดกฐิน วัดแนวคีรี บ้านม่อนดินแดง หมู่ที่10 ตำบลท่าเสา เมืองอุตรดิตถ์



ปี 2559 ร้านวรันณ์ธร เป็นเจ้าภาพงานทอดกฐิน มากถึงสามวัด 

1. วัดหนองคันธมาศ  หมู่ที่ 5 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์   (สร้างซ่อมศาลา)



2. วัดแนวคีรี บ้านม่อนดินแดง หมู่ที่10 ตำบลท่าเสา เมืองอุตรดิตถ์ (ซ่อมศาลา)




3. วัดม่อนหินขาว ตำบล ผาจุก อำเภอเมือง จังหวัด อุตรดิตถ์ (สร้างโบสถ์)

ชื่อประธานงานกฐิน
นายประสิทธิ์  มีมา
นางนันท์นภัส  ณวรรกร
นายชยุต ณัฏฐ์รำ  (เจ้าของร้านวรันณ์ธร)  
(ชื่อเดิม นายวรันณ์ธร มีมามา) แก้ตามหลักโหราศาสตร์
น.ส.อัจฉรา อยู่จำนงค์

ตรวจสอบกับทางวัดได้  ซึ่งในปี 2559 นี้ทางร้านวรันณ์ธร ใช้เงินส่วนตัวทั้งหมดที่มาจาก
รายได้จำหน่ายวัตถุมงคล หลายแสนบาทเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐินในปี 2559 นี้


ปี 2560 และปี ต่อๆไป ทางร้านวรันณ์ธรจะเลือกวัดทำกฐินไปเรื่อยๆ คาดว่าจะทำไปตลอดทั้งชีวิต  ซึ่งจะสุ่มไปหลายๆวัดที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าภาพงานกฐิน 

รายได้จากผู้ร่วมทำบุญหลายท่านที่ไม่ทันปีนี้ก็จะสมทบยอดในปีถัดไปเรื่อยๆ เพราะทางร้านทำบุญทุกปี

ท่านลูกค้าสามารถตรวจสอบกับทางวัดทุกวัดที่ขึ้นรายชื่อไว้ได้ ซึ่งร้านวรันณ์ธรเป็นเจ้าภาพ


แจก พระธาตุพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาพระพุทธเจ้า ให้เฉพาะผู้ร่วมทำบุญกฐินกับทางร้านวรันณ์ธร เท่านั้น ทุก 100 บาท มีพระธาตุพระสารีบุตร ซอง 2 เม็ด


และทุก 100 บาท ทางร้านทำบุญกฐินทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ท่านลูกค้าสามารถส่งชื่อ สกุลผู้ร่วมทำบุญกฐินมาได้ โดยทางร้านจะส่งมอบให้แต่ละวัดไป ถ้าทางร้านทำบุญไปแล้วก็จะนำเงินรายได้ไปทำบุญปีถัดไปเรื่อยๆ ทำทุกปี 


สิ่งที่ร้านเราทำคือใจที่ต้องการทำบุญ ท่านที่อยากทำบุญร่วมกับเราเจ้าภาพงานกฐินที่วัดต่างๆเชิญร่วมได้เลย งานนี้ทำด้วยใจ



  สนใจสั่งทางไลน์ไอดี @line55  (มี@ด้วย)

หรือคลิกสั่งทางไลน์ ที่นี่ >>>  http://line.me/ti/p/%40line55

หรือโทรตามเบอร์โทรหน้าเว็บนี้ได้ทุกเบอร์

ดูโปรโมชั่นสั่งวัตถุมงคลได้ที่  คลิกที่นี่

แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+
แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+


@line55

กดแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ
LINE it!



ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code เปลี่ยนรูปใหม่
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 


       

แจก
ฟรี


หลวงปู่ทวดทรงพญานาค1องค์คลิกที่นี่