เครื่องรางของขลัง
  
1.ของเสน่ห์ คลิกที่นี่
  2.
ของให้โชค คลิกที่นี่
  3.
วัตถุมงคลใหม่คลิกที่นี่
  4.
วัตถุมงคลแรงคลิกที่นี่

  ข่าว กูสยามNews ข่าวสด ข่าวด่วน ข่าววันนี้

ดูดวง/ เกมส์/ หวย/ งานราชการ/ ข่าว/ โปรแกรม/ คลิปวีดีโอ/ สารบัญเว็บ/ ซื้อ-ขายฟรี/ ฝากรูป/ วัตถุมงคล/ ของขลัง/ พระเครื่อง/


 

แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+
แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+


@line55

กดแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ
LINE it!

พระผงสุพรรณ บูชาพระผงสุพรรณ คาถาพระผงสุพรรณ

พระผงสุพรรณ

พระผงสุพรรณ เป็นยอดพระเครื่องฯ อันดับหนึ่ง ในเมืองสุพรรณ แต่ปัจจุบันนี้หาได้ยากมาก ความเชื่อของพระผงสุพรรณคือความเชื่อ ห้อยพระผงสุพรรณ พุทธคุณเน้นด้านเมตตาบารมี การเป็นผู้นำ น่าเกรงขาม คงกระพัน การมีโชค โภคทรัพย์ ความมีเสน่ห์ ขจัดทุกข์ ความสงบ หนักแน่น ใช้ดีในทางเมตตามหานิยม คงกระพัน ตลอดจน แคล้ว และคงกระพันชาตรี
วิธีการสังเกต ให้ดูความกลมกลืนของผิวและเนื้อตามหลักการสร้าง การกด และวิวัฒนาการของผิวพระ การบิดหรือหดตัวของพระและผิวพระ จุดสำคัญคือความกร่อนที่ควรมี เพราะพระเนื้ออ่อนดินดิบ มีการกร่อนได้ง่ายมาก และผิวเหี่ยวที่พระเก๊ยังทำได้ไม่เนียน ที่จำเป็นต้องอาศัยความเคยชินกับลักษณะการเหี่ยวของผิว ที่ต่างจากการทำให้ดูเหี่ยว โดยการโปะย่นๆที่ผิวพระ
ตำนานการสร้าง
     ตำนานการสร้างพระผงสุพรรณนั้น ท่านอาจารย์กลิ่น วัดจักรวรรดิ์ ฯ จังหวัดพระนคร ได้บอกเล่าว่าท่านมหาชื้น วัดจักรวรรดิ์ ฯ เป็นผู้ตัดต่อจากลานทอง ที่ปรางวัดพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อปี พ,ศ ๒๔๕๓ มีใจความดังนี้ คือศุภมัสดุ ๑๒๖๕ สิทธิการิยะแสดงบาทไว้ให้รู้ว่ามีฤาษีพิลาลัยเป็นประธาน เราจะทำด้วยฤทธิ์ ทำเครื่องประดิษฐ์มีสุวรรณ เป็นต้น คือ พระบรมกษัตริย์ พระศรีธรรมาโศกราชเป็นผู้ศรัทธา ฤาษีทั้ง ๔ ตน จึงพร้อมใจกันนำเอาแร่ว่านทั้งหลายอันมีฤทธิ์กับแร่ต่างๆ ครั้งได้แล้วพระฤาษี จึงอันเชิญเทพยดา เข้ามาช่วยกันทำพิธีเป็น พระพิมพ์สถานหนึ่ง สถานหนึ่งแดง ได้เอาว่านทำผงปั้นพิมพ์ด้วยลายมือ พระมหาเถรปิยทัสสะดิสศรีสาริบุตร คือเป็นใหญ่ เป็นประธานในที่นั้น ได้อาแร่ต่างๆ ซัดยาสำเร็จแล้วให้นามว่า “แร่สังฆวานร “ ได้หล่อเป็นพิมพ์ต่างๆ มีอานุภาพต่างๆกัน เสกด้วยมนต์คาถาครบ ๓ เดือน แล้วเอาไปประดิษฐานไว้ในสถูปใหญ่แห่งเมืองพรรธม ถ้าผู้ใดได้พบให้รีบเอาไปสักการบูชาเป็นของวิเศษนักแล ฯ
กรุแตกเมื่อปี พ. ศ. ๒๔๕๖
นาย พิน ฯ ได้เล่าว่า ในปี พ. ศ ๒๔๕๖ สมัยนั้นตนยังเป็นเด็กลูกวัดอยู่ ต่อมาได้มีพระดงค์รูปหนึ่งมาถามแกว่า
วัด “พระธาตุไปทางไหน” นายพิน ฯ ก็ชี้บอกทางให้ ครั้งภายหลัง นายพินฯ จึงมาทราบว่าพระธุดงค์รูปนั้นได้ลายแทงมาขุดหาสมบัติ ของสำคัญได้ผอบทองคำไปใบหนึ่ง และมิได้นำอะไรไปจากกรุเลย แต่ชาวจีนที่พระธุดงค์จ้างมาขุด กับได้พระเครื่องฯ ต่างๆไปเป็นอันมาก อาทิเช่นพระผงสุพรรณ พระกำแพงศอก ฯลฯ แล้วนำออกเร่ขาย ความทราบถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองก็รีบไปจัดการอุดช่องที่เจาะพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเสียในปี พ.ศ.๒๔๕๖ (ปีเดียวกับกรุแตก ) พระยาสุนทรบุรี (อี้ กรรณสูต ) ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้นำเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวไปเปิดกรุได้พบลายแทงแผ่นลายเงิน-ทอง จารึกอักษรขอม
ครั้งต่อมาพระยาสุนทรบุรี ได้นำเอาพระผงสุพรรณ ขึ้นถวายตลอดจนพระเครื่อง ฯ กรุพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ แด่ล้นเกล้า ฯ ร. ๖
อภินิหาร  สมัยก่อนโน้น ชาวเมืองสุพรรณนิยม กีฬาชนควาย พนันกัน เอาเงินเอาทองและเล่นกันมาก ประจวบกับในระหว่างนั้น พระผงสุพรรณนั้นมีมาก และไม่มีมูลค่า(ราคาของเงิน )เหมือนเช่นปัจบันนี้ จึงได้นำเอาพระผงสุพรรณองค์ที่แตกหัก ไปป่นให้ละเอียด ผสมคลุกกับหญ้าให้ควายกิน แล้วนำควายไปชนกัน ปรากฏว่า ควายที่กินเศษผงพระผงสุพรรณเข้าไป ขวิดได้ดีมาก และหนังเหนียวเสียด้วย เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก
วิธีการอาราธนา-การใช้
     ให้เอาพระผงสุพรรณสรงน้ำหอม นั่งบริกรรม พุทธคุณ, ธรรมคุณ, สังฆคุณ ๑๐๘ จบ สวดพาหุง ๓ จบ
ให้เก็บน้ำมันหอมไว้ใช้ได้เสมอ และถ้าจะให้เพิ่มความขลังให้ว่าบทดังนี้อีกกลั้นลมหายใจให้เป็นสมาธิเพื่อความขลังยิ่งขึ้นว่า คะเต ลิก เก กะระณังมะหา ชัยยังมังคะลัง นะมะพะทะ กิริมิติ กุรุมุธุ เกเรเมเถ กะระมะถะ ประสิทธิ์นักแลฯ
ลักษณะพระผงสุพรรณ
      - กรอบ เป็นรูปสามเหลี่ยม ยอดตัด ( ตัดด้วยตอก )ตลอดจนขอบข้าง
      - แบบชนิดคล้ายพระนางพญาก็มี แต่มีน้อยมาก พระวรกาย เป็นพระพุทธรูป ศิลป์สมัยอู่ทอง
      - แบบพิมพ์ที่มารตฐาน มี ๓ แบบคือ พิมพ์หน้าแก่ พิมพ์หน้ากลาง และ พิมพ์หน้าหนุ่ม
      - พระเกศ ซ้อนกัน ๓ชั้น พระกรรณ หย่อนยาน ปลายพระกรรณซ้ายหักเข้ามุมใน ต้นของพระกรรณติดกับพระเศียร คล้ายหูแพะ พระอุระ คล้ายหัวช้าง พระอุทร แฟบ ด้านหลังจะปรากฏรอยนิ้วมือเกือบทุกองค์ 
      - พระผงสุพรรณ มีสีที่แตกต่างกัน ถึง ๔ สี คือ ๑ สีดำ ๒ สีแดง ๓ สีเขียว ๔ สีพิกุลแห้ง
พระพุทธคุณนั้น ใช้ดีในทางเมตตามหานิยม คงกระพัน ตลอดจน แคล้ว และคงกระพันชาตรี

พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี นับเป็นพระเครื่องที่ทรงคุณค่ายิ่ง นอกเหนือจากพุทธศิลปะอู่ทองอันเข้มขลังแล้ว พุทธคุณขององค์พระยังเลื่องชื่อลือชาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ซึ่งปรากฏในจารึกลานทองที่ได้จากกรุและถูกคัดลอกออกเป็น 6 สำเนา กล่าวถึงกรรมวิธีการสร้าง และ "อุปเท่ห์" อันหมายถึงวิธีการอาราธนาองค์พระเพื่อให้ท่านช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ สำหรับ "พระผงสุพรรณ" แล้วท่านได้ระบุว่าฤาษีผู้สร้างได้ลำดับอุปเท่ห์ไว้ดังนี้ 
-แม้อันตรายสักเท่าใดก็ดีให้นิมนต์พระใส่ไว้บนศีรษะหรืออาราธนาผูกไว้ที่คอ อันตรายทั้งปวงหายสิ้น แล 
-ถ้าจะเข้าการรณรงค์สงคราม ให้เอาพระสรงน้ำมันหอม เสกด้วยนวหรคุณ แล้วเอาน้ำมันหอมมาใส่ผม ไปได้สำเร็จความปรารถนาแล 
-ถ้าผู้ใดจะประสิทธิ์ด้วยหอกดาบศาสตราวุธทั้งปวง ให้อาราธนาพระสรงน้ำมันหอมใส่ชันสัมฤทธิ์ พิษฐานเอาตามความปรารถนาเถิด แล้วเสกด้วยพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ 108 คาบ พาหุง 13 จบ เอาน้ำมันหอมทาทั้งหน้า คอ หน้าอก แลผม จะสำเร็จผลตามความปรารถนาทุกอย่าง อยู่คงกระพันชาตรี ศาสตราวุธทั้งปวงจะมิมาต้องตัวผู้นั้นเลย ศักดิ์สิทธิ์แท้ 
-ถ้าผู้ใดจักใคร่ได้มาตุคาม ท่านให้อาราธนาพระสรงน้ำมันหอม แล้วเอาน้ำมันหอมนั้นมาใส่ใบพลูประสิทธิ์แก่คนผู้นั้น จะศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้นั้นแล 
-ถ้าจะให้มีสง่าราศีเป็นสิริมงคลการเจรจาให้ผู้อื่นเชื่อฟังยำเกรง ท่านให้อาราธนาพระสรงน้ำมันหอม หุงขี้ผึ้งสีปาก เสกด้วยนวหรคุณ 13 จบ พาหุง 13 จบ พระพุทธคุณ 13 จบ ให้เอาดอกไม้ธูปเทียนบูชา ทำพิธีในวันเสาร์ แล้วเอาขี้ผึ้งทาริมฝีปาก หน้าอก แลผม จะศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้นั้นตามปรารถนา คนทั้งหลายทั้งกลัวทั้งเกรง เก็บไว้ใช้ได้เสมอ เป็นมหาวิเศษ 
-ถ้าว่าจะค้าขายก็ดี จะไปหนบกหนเรือก็ดี ท่านให้นมัสการด้วยบทพาหุง แล้วอาราธนาพระสรงน้ำมันหอม เสกด้วยอิติปิโส 11 คาบ แล้วเอาน้ำมันหอมนั้นประพรมของ เอามาลูบหน้า ลูบศีรษะ และกินบ้าง ถ้าแม้จักไปขายหนบกหนเรือก็ศักดิ์สิทธิ์ คนทั้งหลายขายไม่ได้เราก็ขายได้ 
-ถ้าจะคิดการสิ่งใดหรือจักไปหนไหนๆ จะให้สมความปรารถนา ท่านให้อาราธนาพระใส่บนศีรษะก็จักสมความปรารถนาประเสริฐนักแล 
-ถ้าจักให้สวัสดิมงคล เจริญผลสถาพรทุกเมื่อ ให้เอาดอกไม้ ดอกบัวบูชาทุกวัน ถวายพรพระพิมพ์ทุกวัน จะปรารถนาสิ่งใดก็สำเร็จผลทุกอันแล 
-ถ้าไปในที่ต่างๆ อยากกินน้ำ หาน้ำไม่ได้ ท่านให้อาราธนาพระใส่ไว้ในปาก หายอยากน้ำแล 
-ถ้าเอาพระไว้บนศีรษะแล้ว ปืนแลหน้าไม้ยิงมาเป็นห่าฝนก็ไม่ถูกตัวเรา 
-ถ้าจะให้เป็นมหาจังงัง ให้อาราธนาพระไว้บนศีรษะ แล้วท่านให้อธิษฐานเอาเถิดสัตว์ทั้งหลายทำร้ายเราไม่ได้เลย คงยืนอยู่อย่างนั้น เงื้อก็เงื้อเปล่า ทำอะไรเราไม่ได้ 
-ถ้าเกิดเป็นถ้อยความ ขึ้นโรงศาล จักให้ถ้อยความนั้นละลายหายสูญไป ท่านให้อาราธนาพระสรงน้ำมันหอม แล้วเอาด้าย 11 เส้นทำไส้เทียน เอากระดาษยันตร์ใส่ชื่อมันห่อใส่เทียนนั้น เสกด้วยนวหรคุณ ตามถวายพรพระ บูชาประดิษฐานไว้ แล้วพิษฐานเอาตามความปรารถนาเถิด จะประสิทธิ์แก่ผู้นั้น ฝ่ายมันสู้เรามิได้เลย ศักดิ์สิทธิ์แล ให้เอาคาถานี้ทำเส้นเทียนเถิด 

“สมัยโน้นใครไม่มีเงินค่าเรือข้ามฟาก เอาพระผงสุพรรณหนึ่งองค์ให้ก็ได้” มนัส โอภากุล เล่าไว้ใน “พระเครื่องเมืองสุพรรณ (พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ.2524)”
ต่อมาราคาก็ค่อยเขยิบสูงขึ้นเป็น 5 สตางค์ตอนที่คุณมนัสเขียนตำราพระผงสุพรรณราคาเป็นแสน มาถึงเวลานี้ราคาขึ้นเป็นล้าน พิมพ์หน้าแก่องค์สวยๆ หลายๆล้าน จะเปลี่ยนมือซื้อขายกันแต่ละทีก็ต้องมีหลักประกันมากมายพระผงสุพรรณขึ้นชั้นเป็นพระดูยาก ข้อแรก เป็นพระที่ผ่านพระหัตถ์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ชาวบ้านสามัญก็ไม่ค่อยมีโอกาสดูพระแท้เป็น “แม่แบบ”ขณะที่ของปลอมทั้งฝีมือเก่า ฝีมือใหม่ ก็มีออกมาลองตาไล่ตามพระแท้ ทั้งเนื้อหา ทั้งตำหนิพิมพ์ทดสอบสายตากับผงสุพรรณองค์ในคอลัมน์ วันนี้แม่พิมพ์ “หน้าแก่” ลงตัวทุกเส้นสาย เนื้อพระใช้สึกเล็กน้อย เส้นขอบพระศกสึกเรียบ เหลือหลุมเว้า...ดูผิวเผินเหมือนชำรุดแต่เมื่อเอาไปเทียบกับองค์ที่พิมพ์ติดชัด ก็จะเห็นว่าไม่ชำรุด เป็นส่วนที่ลาดเอียงลงเป็นหลุมกลายเป็นตัวช่วย...ยืนยันความเป็น “หน้าแก่” แท้ได้จุดหนึ่งหลักเซียน...ทั่วไป ดูพิมพ์ว่าใช่ ก็ต้องดูเนื้อว่าใช่ ใช้แว่นส่อง รอยเหี่ยวย่นในพื้นผนัง ที่เกิดจากความหดตัวของมวลสาร นอกจาก “ตำหนิพิมพ์” เส้นเล็กเม็ดน้อย หลายๆจุดถูกต้องในความเรียบ...องค์ที่ติดแม่พิมพ์เต็มๆ จะมีเส้นน้ำตกเหมือนเสี้ยน เดินเป็นเส้นจากร่องคอ พาดผ่านบ่า ทะลุร่องรักแร้ ทั้งซ้ายขวา ทิ้งดิ่งบ้าง คดเคี้ยวเล็กน้อยบ้าง ลงมาถึงส่วนปลายแขนซ้าย (องค์พระ)องค์ที่เห็นเส้นเหล่านี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดี องค์ที่ไม่มีก็ค่อยๆหาตำหนิพิมพ์จุดอื่นข้อสังเกตของเซียน ตำหนิพิมพ์ถ้ามีมากไป เหมือนตั้งใจให้มีก็ดูเกินจริง มีบางจุดไม่มีบางจุด ตามธรรมชาติของพระพิมพ์ ที่มีตัวแปรมากมาย ดูดีมีความเป็นไปได้มากกว่า

ผ่านเนื้อหา ร่องรอยตามธรรมชาติ...ไปมองส่วนพื้นผนัง...อีกสักครั้ง ผงสุพรรณหน้าแก่องค์นี้ “รารัก” ปกคลุมมาก ทั้งพื้นผนังด้านหน้า และพื้นผนังด้านหลัง
ส่วนที่พ้นความหนาของ “รารัก” ช่วยขับเน้นให้เห็น “เส้นสาย” ชัดขึ้นเรื่องที่อยากให้เรียนรู้และทำความเข้าใจให้ลึกๆ...ในวันนี้ ก็คือรารักรารักของพระกรุเนื้อดิน ไม่ใช่รักที่เกิดจากการลงรักปิดทองแบบพระเนื้อผง...แต่เป็น “คราบกรุที่เกิดตามธรรมชาติ” คุณมนัส โอภา-กุล บอกว่า คราบกรุพระผงสุพรรณมีสี่สี สีดำ สีขาว สีเหลือง และสีเขียวสีดำ เกิดจากราดำ จับบนผิวเนื้อพระ แต่ไม่ติดสนิทแน่นเป็นแผ่นจมในผิวเนื้อ แต่ติดแบบ “แผ่วๆ” ส่วนใหญ่จะล่อนหลุดออกมา สีรารักจะดำหม่น ไม่ดำสนิทเหมือนขนกาน้ำสีขาว เกิดจากเชื้อราสีขาวจับแน่นในผิวเนื้อ เอาออกไม่ได้ง่ายๆ มักเกิดในองค์พระสีดำสีเหลือง...หรือราเหลือง มักเจอในเนื้อพระสีเขียว ลักษณะเช่นเดียวกับคราบสีขาวไม่ว่าจะเรียก “รา” หรือ “คราบ” ที่จับอยู่บนผิวพระ นี่คือสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติ
แต่ถ้าตั้งใจล้างก็จะล้างออกยาก แต่ถ้าตั้งใจจริงใช้น้ำยาช่วย เหมือนที่คุณเชียร ธีรศานต์ ล้างซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 11 ครั้ง เมื่อถอดรักออกก็ “เห็นรูปทองผ่องโสภา” ได้ชื่อเจ้าเงาะ พระซุ้มกอองค์ตำนาน
------------------

  สนใจสั่งทางไลน์ไอดี @line55  (มี@ด้วย)

หรือคลิกสั่งทางไลน์ ที่นี่ >>>  http://line.me/ti/p/%40line55

ผู้จัดการร้านวรันณ์ธรโทร 084-8038208 คุณภัส

พนักงานรับสาย เช้า 8.00น.-17.30น. 
รับสายเช้า-เย็นโทร 087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061

ดูโปรโมชั่นสั่งวัตถุมงคลได้ที่  คลิกที่นี่
------------------







แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+
แชร์ไปยัง Facebook เพิ่มเพื่อนทางไลน์ แชร์ไปยัง Google+


@line55

กดแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ
LINE it!



ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code เปลี่ยนรูปใหม่
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 


       

แจก
ฟรี


หลวงปู่ทวดทรงพญานาค1องค์คลิกที่นี่